<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-35345578</id><updated>2011-04-21T10:42:40.631-07:00</updated><title type='text'>มน. มีนา</title><subtitle type='html'>ขีดๆ เขียนๆ ตามความสนใจส่วนตัว เรื่องหนัง หนังสือ การอ่าน การเขียน และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนบนโลกใบนี้</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://moonmeena.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35345578/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://moonmeena.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>MooN</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09713235976929861575</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://cache.corbis.com/CorbisImage/170/12/49/63/12496347/CB040392.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>2</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35345578.post-116240958675558621</id><published>2006-11-01T11:28:00.000-08:00</published><updated>2006-11-01T19:27:03.693-08:00</updated><title type='text'>ลมพัดใบไม้ปลิว 2</title><content type='html'>นวนิยายขนาดสั้น : ลมพัดใบไม้ปลิว 2&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ดนย์เตรียมขับรถออกจากบ้านแต่เช้ามืด เป็นเช้าที่เขารู้สึกแจ่มใสมีชีวิตชีวายิ่งนัก คงเพราะช่วงวันหยุดที่ผ่านมาเขาได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เลยทำให้เขารู้สึกเหมือนมีพลังเต็มปรี่ที่พร้อมจะโลดทะยานไปข้างหน้าได้อย่างไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เห็นจะจริงที่เขาว่ากันว่าครอบครัวเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของมนุษย์เรา ถ้าครอบครัวอบอุ่นมั่นคงเสียอย่าง ก็จะยิ่งช่วยให้หน้าที่การงานก้าวหน้าไปด้วยดี ดูอย่างครอบครัวเล็กๆ ของเขานี่สิ ดนย์รู้สึกภาคภูมิใจนัก ขณะเดียวกันก็รู้สึกขอบคุณปันนาด้วย ที่ยืนเคียงข้างเขามาจนวันนี้ ถ้าไม่มีหล่อนเขาก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าเขาจะมีวันอย่างนี้ได้อย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดนย์ยืนมองภรรยาที่รอส่งเขาที่ประตูรั้ว แล้วก็อดไม่ได้ที่จะเดินไปหอมแก้มหล่อน ก่อนจะเข้าไปนั่งในรถอีกหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ไปนะจ๊ะปัน เดี๋ยวถึงผมจะโทรบอก” เขายิ้มให้หล่อน พลางกดปุ่มปิดกระจกก่อนจะขับรถเคลื่อนออกไป มองเห็นปันนาทางกระจกหลังค่อยๆ ปิดประตูรั้ว เดินหายกลับเข้าไปในบ้านเช่นที่เคยเป็นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นึกเห็นภาพหล่อนกำลังเตรียมอาหาร เดินไปปลุกหนูนวลตื่นอาบน้ำแต่งตัว ทานข้าว แล้วเดินไปส่งลูกที่โรงเรียนอนุบาลใกล้ๆ บ้าน แล้วหล่อนก็อาจจะเดินเลยไปที่ตลาดสดที่อยู่ไม่ไกลนัก ซื้ออาหาร ซื้อนั่นซื้อนี่กลับมาบ้าน แล้วนั่งทำงานเย็บปักถักร้อยของหล่อนไป&lt;br /&gt;นับวันกิจการ ‘ปันนา’ ของหล่อนก็ยิ่งได้รับความนิยม ด้วยกระแสของงานฝีมือประเภท ‘แฮนด์เมด’ ที่กำลังมาแรง รายได้ของหล่อนจึงไม่เลวทีเดียว โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับคนที่ต้องออกจากบ้านไปตอกบัตรเข้าทำงานตามเวลา นอกจากนั้นมันยังทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นด้วย เพราะดูเหมือนการที่หล่อนมีอะไรทำอยู่ตลอดเวลาจะช่วยให้ปันนาแจ่มใสขึ้นกว่าเดิม ดนย์จึงสนับสนุนสิ่งที่หล่อนทำเต็มที่ มันก็ดีกว่าการปล่อยให้หล่อนอยู่บ้านเลี้ยงลูกอย่างเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นึกแล้วเขาก็อยากมีลูกกับหล่อนอีกสักคนจริงๆ คงจะดีถ้าเป็นเด็กผู้ชาย แต่ถ้าจะเป็นลูกสาวอีกคน ดนย์ก็ไม่ว่าอะไรเลย จะได้เป็นเพื่อนกันกับหนูนวล เด็กที่เป็นลูกคนเดียว ดูเป็นเด็กเหงา ดูปันนาเถอะ บางทีดนย์ก็รู้สึกว่าหล่อนมีโลกส่วนตัวที่เขาเข้าไม่ถึงเอาเสียเลย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่อย่างไร…เขาก็รักหล่อน เพราะหล่อนเป็นเมียของเขา และเป็นแม่ของลูกสาวเขา…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ปันนานั่งลงอยู่หน้าโต๊ะตัวยาวริมหน้าต่างที่เป็นมุมทำงานของเธอ มีข้าวของจุกจิกสารพัดที่วางอยู่บนชั้นไม้ใกล้ๆ กัน ส่วนใหญ่เป็นกล่องอุปกรณ์ทำงานของเธอ ไหมปักผ้าหลากสี เข็ม ด้าย กรรไกร ดินสอเขียนผ้า ไม้บรรทัด แล้วก็นั่นจักรเย็บผ้าตัวเก่า ที่เป็นสมบัติตกทอดมาจากแม่ รวมทั้งโต๊ะไม้ตัวยาวนี้ด้วย ที่ปันนาเห็นแม่ใช้สำหรับวาดแบบตัดเสื้อมาตั้งแต่เด็ก&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวไล้ปลายนิ้วไปตามผิวไม้สีน้ำตาลของขอบโต๊ะ มีความรู้สึกปลอดโปร่งสบายใจกับผิวสัมผัสที่ได้แตะต้อง คล้ายได้ไปยืนอยู่กลางป่าใหญ่ที่ร่มรื่นด้วยเงาไม้ เหมือนยามที่เธอสัมผัสกับเนื้อผ้า ที่ทำให้ปันนานึกถึงไร่ฝ้ายกว้างสุดสายตาอวดปุยนุ่มนิ่มสีขาวที่รอการเก็บเกี่ยวในฤดูกาลที่กำลังมาถึง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปันนารักโมงยามที่เธอได้ครุ่นคำนึงถึงสิ่งที่ไกลออกไปจากที่มีอยู่ในชีวิตประจำวัน เวลานี้เธอจึงค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ที่ได้ปฏิบัติภารกิจในชีวิตประจำวันช่วงเช้าเสร็จลุล่วงลงด้วยดี และได้มีเวลาเป็นของตัวเองอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวเอื้อมไปหยิบหนังสือบนชั้นใกล้ๆ ที่รวบรวมลายปักชนิดต่างๆ ออกมา น่าแปลกที่ปันนารู้สึกว่าหัวใจเธอเต้นแรง หรือเพราะในหนังสือเล่มนั้นมีจดหมายฉบับหนึ่งถูกสอดแทรกเอาไว้ เป็นจดหมายจากคนที่ปันนาคิดว่าจะไม่ได้รับอีกแล้วในชีวิตนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันถูกส่งมาในซองสีน้ำตาลเช่นเดิม เหมือนที่คนเขียนเคยเขียนถึงหล่อนเมื่อหลายปีก่อน ตราประทับบนซองบอกให้รู้ว่ามันถูกส่งมาจากอีกประเทศ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีร่องรอยบนซองที่บอกให้รู้ว่าจดหมายถูกแกะแล้ว และตอนนั้นเธอก็อ่านมันอย่างรีบๆ ด้วยหัวใจที่เต้นโครมครามก่อนจะรีบเก็บเอาไว้เพราะกลัวว่าดนย์จะเห็น แม้เขาไม่ใช่คนขี้หึง แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ภรรยาอย่างเธอควรจะให้เขาพบว่ากำลังอ่านจดหมายคนรักเก่าอยู่ &lt;br /&gt;ดนย์ไม่เคยรู้ว่าเธอมีรักอยู่ก่อนจะมาแต่งงานกับเขา ซ้ำยังเป็นผู้หญิง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อนิน…ชื่อนี้ทำให้หัวใจเธอไหวยวบลงด้วยความอ่อนหวาน ฝ่ายนั้นติดต่อมาหาเธอทำไมอีกหนอ ตลอดเวลาหลายปีที่จากกันไป ปันนาไม่เคยได้ข่าวคราวของฝ่ายนั้นเลย จนกระทั่งเมื่อสัปดาห์ก่อนที่จดหมายฉบับนี้ถูกนำมาสอดไว้อย่างเงียบเชียบในตู้รับจดหมายของเธอ&lt;br /&gt;ปันนาเปิดซองจดหมายนั้นอีกครั้งอย่างเบามือก่อนจะค่อยๆ ละเลียดอ่านข้อความในนั้นอย่างช้าๆ ราวกับกลัวว่าตัวหนังสือนั้นจะหมดสิ้นในเวลาที่รวดเร็วเกินไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;‘ปันนา…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปันคงจะแปลกใจที่ได้รับจดหมายฉบับนี้ จากคนที่หายเงียบงันไปจากชีวิตปัน โดยไม่ได้บอกลาอะไรเลย ขอโทษปันด้วยที่ทำเช่นนั้น แต่คิดว่าถึงตอนนี้ปันคงพอจะทราบแล้วว่าทำไม และขอโทษด้วยที่เขียนถึงปัน ทั้งที่เคยบอกกับแม่ปันไว้ว่าจะไม่ติดต่อมาหาปันอีก แต่กลับทำไม่ได้อย่างที่บอกเอาไว้&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใช่แล้ว…เรื่องนี้ปันนามารู้ภายหลังว่าแม่นั่นเองที่เป็นคนขอร้องให้อนินไปเสียจากชีวิตเธอ หลังจากให้เธอเลิกคบกับอนิน และให้แต่งงานกับดนย์  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โธ่…แม่ทำกับเธออย่างนี้ได้ยังไง ปันนาอยากร้องไห้กับความหวังดีของแม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt; ‘ปันเป็นอย่างไรบ้าง กับชีวิตการแต่งงาน เดาว่าปันคงจะมีความสุข และเป็นภรรยาที่ดี ปันมีเด็กเล็กๆ หรือยังนะ ถ้ามีเด็กคนนั้นคงน่ารักเหมือนปัน ช่างพูดช่างคุย ชอบอ้อนออเซาะเหมือนปัน’&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปันนายิ้มแห้งแล้งกับประโยคท้ายนั้น เธอทำท่าจะนึกไม่ออกเสียแล้ว ว่าเธอเคยเป็นคนช่างอ้อน ช่างออเซาะมาก่อน ก็แล้วบัดนี้มันหายไปไหนกัน…นึกแล้วก็ให้ฝืดเฝื่อนในใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;‘อีกไม่นานจะกลับเมืองไทย เลยเขียนมาถามข่าวคราว ไม่รู้แม่ปันจะว่าหรือไม่ แต่คิดว่าปันเองก็มีชีวิตครอบครัวที่มั่นคงแล้ว จึงคิดว่า…เราน่าจะพบเจอกันได้ อย่างน้อยก็ในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรายังเป็นเช่นนั้นได้ไม่ใช่หรือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ระลึกถึงปัน&lt;br /&gt;อนิน’&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปันนาไล่สายตาไปตามตัวหนังสือเป็นระเบียบที่ถูกเขียนด้วยปากกาหมึกซึมสีดำนั้นซ้ำไปซ้ำมาหลายหน จนตัวหนังสือตรงหน้าค่อยๆ พร่าเลือนเพราะหยดน้ำที่คลอซึมอยู่ในดวงตาของเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มันอยู่ที่คนๆ นี้นี่เอง ความรู้สึกรักที่ปันนาไม่เคยมีให้ดนย์ อนินเก็บเอาไปทั้งหมดทั้งสิ้นจากใจเธอจนไม่เหลือเผื่อไว้ให้ใครอื่นอีก&lt;br /&gt;อนินทำอย่างนั้นได้อย่างไร…ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;มันไม่ได้ใช้เวลาอะไรมากเลย แต่ปันนาก็รู้ว่าเธอรักคนๆ นี้ รักอารมณ์ รักความรู้สึก รักเรื่องราวในชีวิตของอนิน ฝ่ายนั้นทำให้เธอตกหลุมรักตั้งแต่แรกเจอ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปันนาได้งานด้านการตลาดที่บริษัทแห่งนั้นหลังจากเรียนจบมา ขณะที่อนินทำงานอยู่ที่นั่นก่อนแล้วในฝ่ายวิเคราะห์และวางแผน บุคลิกนิ่งๆ ของอีกฝ่ายช่างก่อกวนและเรียกร้องความสนใจจากเธอได้อย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; มันทำให้ปันนาเฝ้ามองหา ปรายตาแอบดู และเมื่ออนินมองตอบกลับมา ปันนาก็ทำราวกับว่าจะตายเสียให้ได้ ความรู้สึกในตัวเธอปั่นป่วนไปหมด มันไม่เคยสงบนิ่งได้เลยตั้งแต่เธอพบอนิน และปันนาก็รักความรู้สึกนั้นนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่มีคำถาม ไม่มีความสับสนเช่นที่ผู้หญิงคนอื่นๆ เป็นกัน แม้ในยามนั้นปันนาจะไม่เคยมีคู่รักเป็น ‘ทอม’ มาก่อนเลยก็ตาม หญิงสาวไม่รู้ผิดแปลกแม้แต่น้อยว่าตัวเองกำลังหลงรักเพศเดียวกัน หรือที่ว่าเธอกำลังจะกลายเป็น ’เลสเบี้ยน’ หรือผู้หญิงที่รักผู้หญิงด้วยกันในทันทีหากคบกับอนิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปันนารู้แต่ว่าคนๆ นี้แหละ ที่ไม่ว่าฝ่ายนั้นจะพาเธอขึ้นเขาลงห้วย หรือไปไหนต่อไหน เธอก็พร้อมเสมอที่จะติดตามไป เป็นคนที่เธอรู้ว่าจะใช้ชีวิตที่เหลือทั้งหมดด้วย  เธอเชื่อในความรู้สึกแรกเจอระหว่างคนสองคน เธอเชื่อในสัญชาติญาณของตัวเอง ถ้ามันใช่ มันก็คือใช่ ไม่มีอะไรให้เคลือบแคลงสงสัยทั้งนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนแม่ของเธอก็รู้เรื่องนี้ดี เพราะปันนาไม่เคยปิดปังอะไรแม่สักเรื่อง และแม่ก็ไม่เคยห้ามปรามไม่ให้เธอคบหากับอนิน &lt;br /&gt;แม่ยังเคยเล่าให้ฟังว่า เพื่อนของแม่สมัยสาวๆ ก็เป็น ‘อย่างนี้’ กันทั้งนั้น แต่เมื่อถึงเวลาต้องแต่งงานก็เลิกลากันไป แม้กระทั่งคนที่เป็นฝ่าย ‘ทอม’  ก็ยังไปมีลูกมีเต้ากันเป็นเรื่องปกติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อนินจึงไปๆ มาๆ ยังบ้านเธอ ราวกับบ้านของตัวเอง สนิทสนมกลมเกลียวไปถึงแม่เธอ เสมือนเป็นลูกสาวอีกคนของบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่มีปัญหา ไม่มีอะไร อย่างที่ปันนาเคยอ่านเจอว่าชีวิตของคนที่เป็นเช่นนี้มักจะถูกพ่อแม่พี่น้องครอบครัวกีดกัน เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องผิดปกติ ผิดธรรมชาติ เพราะตอนนั้นแม่ของเธอไม่เป็นเช่นนั้นสักนิด แม่ช่างเข้าใจโลก เข้าใจชีวิต และเข้าใจความรัก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปันนาจึงอบอวลอยู่ในความอ่อนหวานแห่งรักนั้น จนวางใจว่าความสัมพันธ์ของเธอกับอนินจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง หรือหากวันหนึ่งจะมีใครเปลี่ยนไป ก็เป็นเรื่องระหว่างเธอกับอนินเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับใคร หรือเหตุผลอันใดที่อ้างว่ามันเป็นเรื่องไม่เหมาะไม่ควร อย่างที่ปันนาเคยได้ยิน แต่จะเป็นเพราะว่าเธอหมดรักอนิน หรืออนินอาจจะเจอใครใหม่ที่ถูกใจมากกว่า มันจะเกิดจากเหตุผลนี้เพียงเหตุผลเดียวเท่านั้น เช่นที่คู่ชายหญิงคู่อื่นๆ เป็นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่แล้วจู่ๆ วันหนึ่ง แม่ก็เดินมาบอกว่าเธอสมควรที่จะแต่งงานได้แล้ว และดนย์คือผู้ชายที่แม่เห็นว่าเหมาะสมกับเธอที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปันนารู้สึกช็อก ด้วยไม่คิดว่าตัวเองจะต้องพบพานกับสถานการณ์เช่นนั้น!!&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอไม่อยากเชื่อว่ามันจะมีเรื่องนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง ปันนางงงันและไม่เข้าใจเหตุผลของแม่คนที่เธอคิดว่าเข้าใจเธอมากที่สุด&lt;br /&gt;จากนั้นอนินก็หายไปจากชีวิตเธอไม่ล่ำไม่ลา แล้วปันนาก็แต่งงาน ทั้งๆ ที่เธอยังสับสนมึนงงไม่หายว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเธอนั่นล่ะ&lt;br /&gt;ไม่ถึงปีต่อมา แม่ก็ตายจากไป ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนหญิงสาวจับต้นชนปลายไม่ถูก พบตัวเองอีกทีปันนาก็เห็นผู้หญิงท่าทางหม่นหมองคนหนึ่งที่กำลังยืนเคว้งคว้างอยู่อย่างโดดเดี่ยว ข้างๆ ผู้ชายอีกคนที่เคยเห็นหน้ากันในสมัยเด็กๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;ปันนางุนงง ไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่เธอรักจึงทอดทิ้งเธอไปหมด วันนั้นเองที่เธอร้องไห้อย่างเอาเป็นเอาตาย…&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;เสียงเรียกจากโทรศัพท์ที่วางอยู่ใกล้ๆ ตัวดังขึ้น ดึงปันนากลับมาจากความครุ่นคำนึงอันรวดร้าว ถึงวันนั้นจะผ่านมานานแล้ว แต่พอนึกถึงทีไร มันก็ยังทำให้เธอแน่นในใจเสมอราวกับถูกกดทับด้วยมวลน้ำหนักมหาศาลที่มองไม่เห็น&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ค่ะ…” เธอรับสาย คงจะเป็นดนย์โทรมาจากที่ทำงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ปันหรือเปล่า นี่อนิน ได้รับจดหมายหรือยัง…” น้ำเสียงที่ได้ยินทำให้ปันนาตื่นเต้น ตกใจ และงวยงง ไม่คิดว่าจะเป็นอนิน มันออกจะรวดเร็วเกินไป เธอไม่ทันตั้งตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็ เอ่อ…ได้รับแล้วค่ะ”ปันนาอึกอักอย่างคนที่จับต้นชนปลายไม่ถูก คล้ายจู่ๆ ก็ถูกปะทะด้วยสิ่งที่คาดไม่ถึงที่ทำเอาเธอถึงกับซวนเซ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ปันเป็นอย่างไรบ้าง…” ท้ายเสียงที่ทอดยาว ทำให้ปันนาอยากร้องไห้ออกมา และอยากตะโกนถามออกไปนักว่า ‘มีสิทธิ์อะไรที่มาถามอย่างนั้น’ ในเมื่อตัดสินใจเดินออกไปจากชีวิตของเธอแล้ว  แต่ปันนาก็ทำไม่ได้ มีก้อนแข็งๆ อุดอยู่ที่ลำคอแน่นตื้อจนเจ็บร้าว ก่อนจะไหลออกมาเป็นหยดน้ำตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกคนล้วนหวังดีต่อเธอทั้งนั้น ทั้งแม่ และทั้งอนิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อแม่รู้ตัวว่ากำลังจะตายลงเพราะโรคร้ายที่แม่พยายามปิดบังไม่ให้เธอรู้ แม่ที่เคยเข้มแข็งและไม่คิดจะแต่งงานใหม่หลังจากที่พ่อเธอเสียชีวิตไป ก็อ่อนแอลงจนต้องหาผู้ชายมาให้แต่งงานกับเธอ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความเจ็บป่วยทำให้แม่อ่อนแอลงไปมาก จากที่เคยเชื่อว่าผู้หญิงสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองเช่นที่แม่เคยทำมา ก็กลายเป็นเชื่อว่าผู้หญิงต้องแต่งงานมีลูก มีสามีดูแล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วก็ใช้เหตุผลนั้น ขอร้องให้อนินไปเสียจากชีวิตเธอ โดยที่ปันนาไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะ อนินก็ไม่ได้บอกอะไรให้เธอรู้&lt;br /&gt;แม่ห่วงใยเธอถึงเพียงนั้น ส่วนอนินเองก็คงทำอะไรไม่ได้ นอกจากทำตามคำขอร้องสุดท้ายของคนป่วยใกล้ตาย ช่างเหมือนเรื่องราวในนิยายประโลมย์โลกที่เคยอ่าน แต่มันก็คือความจริงที่เกิดขึ้นกับเธอ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปันนาพยายามเข้าใจ และก็พยายามจนถึงตอนนี้ ทั้งที่เธออยากกรีดร้องใส่อนิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็สบายดีค่ะ แล้วอนิน…” ปันนาถามไป ตามที่สามัญสำนึกบอกว่าเธอควรจะถาม ยามนี้สติสัมปชัญญะของเธอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวสักเท่าใด คล้ายมีลมพัดแรงอื้ออึงอยู่ในตัวเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สบายดี…เสียงปันไม่เปลี่ยนเลยนะ แล้วก็เหมือนอยู่ใกล้แค่นี้เอง” อนินเองก็ใช่ว่าจะไม่ตื่นเต้น ช่างต้องใช้ความพยายามมากเหลือเกินในการค่อยๆ จรดปลายปากกาเขียนจดหมายถึงหล่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วพอได้เขียนเท่านั้นเอง ก็คล้ายกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยถูกกดทับเอาไว้ในใจจะพร้อมกันพรั่งพรูถั่งโถมออกมาไม่ขาดสาย เหมือนอนินรอไม่ได้แม้นาทีเดียวที่จะโทรหาหล่อน ทั้งที่ก็รอคอยมาได้หลายปี เพียงแต่ยามนี้แค่เพียงวินาทีเดียวกลับทนรอไม่ได้อีกต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;รู้สึกเช่นนั้น ก็ยกโทรศัพท์ข้ามประเทศมาถึงหล่อน ที่บ้านหลังเดิมที่อนินเคยไปๆ มาๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง อะไรบางอย่างบอกอนินว่าปันนาจะยังอยู่ที่บ้านหลังนั้นเสมอ แม้ฝ่ายนั้นจะแต่งงานแล้วก็ตาม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อนินด้วยค่ะ…” ปันนาตอบไปเช่นนั้น แล้วก็รีบปรับเสียงเสียใหม่ เธอไม่ควรใช้น้ำเสียงเช่นนี้กับ อนินอีกแล้ว “หมายถึงเสียงน่ะค่ะ” ปันนาเน้นเสียงย้ำ หากก็ตะกุกตะกักเหลือที่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ขอโทษด้วยนะ ถ้าทำให้ปันลำบากใจ ที่โทรมาหา ไม่ทราบว่าแม่ของปันสบายดีมั้ย” อนินเลยพลอยต้องเอ่ยเป็นงานเป็นการตามหล่อนไปด้วย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เอ่อ…แม่เสียไม่นานหลังจากอนินไป” ปันนาบอกเสียงเบา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เสียใจด้วยนะ…ไม่คิดว่าจะเร็วอย่างนั้น” อนินใจหาย เอาเข้าจริงๆ ก็ใจหาย แม้จะรู้สึกรวดร้าวเพียงไรกับการขอร้องของคุณมณี ผู้หญิงคนนั้นไม่เชื่อว่าอนินจะดูแลลูกสาวของเธอได้ ความเจ็บป่วยทำให้คนเราเปลี่ยนแปลงไปได้ถึงเพียงนั้น แต่อนินก็เข้าใจและเห็นใจ ถึงได้ตัดใจเดินออกไปจากชีวิตปันนาเงียบๆ ไม่ได้บอกลาหล่อนเลยด้วยซ้ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อนินรู้ใช่ไหม…แม่คุยกับอนินใช่ไหม” ปันนาถามเร็ว คล้ายรอมาเนิ่นนานที่จะถามฝ่ายนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ใช่…เพราะรู้ถึงไป…ก็เข้าใจที่แม่ปันต้องการ” อนินตอบเสียงนิ่ง กำลังจับอารมณ์คนที่อยู่อีกฝั่งเสียงหล่อนไม่ดีเอาเสียเลย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อนินแย่มากๆ ทำอย่างนั้นได้ยังไง อนินคิดแทนคนอื่นได้ยังไง เกลียดจริงๆ” พูดได้เท่านั้นก้อนสะอื้นที่กั้นไว้ก็ถูกปล่อยออกเป็นเสียงร้องไห้แล้วโฮ ปันนาไม่สามารถพูดอะไรได้อีกต่อไป ความคับแค้นแน่นหัวใจที่เธอไม่อาจเอ่ยกับใครได้พากันกลั่นตัวไหลออกมาเป็นหยาดน้ำตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอนั่งสะอึกสะอื้นอยู่ข้างโทรศัพท์ที่เพิ่งวางสายลง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากอนินจากไป แล้วแม่ตาย ปันนาก็คล้ายจะกลายเป็นคนมีปัญหาทางอารมณ์ เธอซึมเศร้า และร้องไห้บ่อยๆ จนทำงานทำการแทบไม่ได้ ดนย์รู้แต่เพียงว่าเธอเสียใจกับการจากไปของแม่ เขาไม่รู้อะไรมากกว่านั้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เขาเฝ้าคอยประคบประหงมเอาใจใส่ ดูแลเธออย่างไม่ขาดตกบกพร่องตามหน้าที่สามีที่ดี เมื่อปันนาตั้งท้องเขาก็ให้เธอลาออกจากงานประจำที่ทำเสีย หากิจกรรมต่างๆ ให้เธอทำอยู่กับบ้าน ระหว่างรอคอยลูกในท้องที่จะคลอดออกมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กหญิงตัวเล็กดวงตาใสแจ๋ว ช่วยปันนาได้มาก ความไร้เดียงสาของลูก ดึงเธออกมาจากความหดหู่เศร้าหมอง&lt;br /&gt;ช่างต้องใช้พลังมากเหลือเกินในการประคับประคองชีวิตให้เข้าที่เข้าทางเช่นทุกวันนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;&lt;strong&gt;แต่แล้วอนิน…คนที่ห่างหายไปจากชีวิตเธอเนิ่นนาน คนที่เก็บเอาความรักความฝันของเธอไปจนหมดสิ้น ก็เดินกลับเข้ามา…&lt;/strong&gt;&lt;/em&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35345578-116240958675558621?l=moonmeena.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://moonmeena.blogspot.com/feeds/116240958675558621/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35345578&amp;postID=116240958675558621&amp;isPopup=true' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35345578/posts/default/116240958675558621'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35345578/posts/default/116240958675558621'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://moonmeena.blogspot.com/2006/11/2.html' title='ลมพัดใบไม้ปลิว 2'/><author><name>MooN</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09713235976929861575</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://cache.corbis.com/CorbisImage/170/12/49/63/12496347/CB040392.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-35345578.post-116240898024324875</id><published>2006-11-01T11:18:00.000-08:00</published><updated>2006-11-01T11:23:00.260-08:00</updated><title type='text'>ลมพัดใบไม้ปลิว 1</title><content type='html'>นวนิยายขนาดสั้น : ลมพัดใบไม้ปลิว 1&lt;br /&gt;โดย : มน. มีนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;สีฟ้าเจือจางของน้ำทะเลที่มองเห็นตรงหน้า ค่อยๆ เพิ่มความเข้มขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็กลายเป็นสีฟ้าจัดที่กลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับสีท้องฟ้าบริเวณนั้น โดยมีเส้นตัดเลือนจางแบ่งแยกผืนน้ำกับผืนฟ้าออกจากกัน ซึ่งถ้าไม่สังเกตก็อาจมองไม่เห็นเส้นบางๆ ที่ว่านี้&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากเส้นตรงที่ปลายขอบฟ้านั่นเมื่อเลื่อนสายตาขึ้นไป ความเข้มของฟ้าก็ค่อยๆ อ่อนสีลงทีละน้อย เหลือเพียงภาพท้องฟ้าโล่ง ๆ สีฟ้าใส ที่มีเมฆสีขาวเรี่ยรายอยู่ทั่วฟ้า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปันนาหลงรักทะเลก็เพราะเหตุนี้ เธอชอบเวลาน้ำกับฟ้าที่ทำท่าเหมือนจะกลายกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ให้สายตาของเธอทอดยาวไปได้ไกลแสนไกลโดยไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้น นอกจากเส้นขอบฟ้าลิบๆ นั่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อดนย์ถามว่าอยากไปไหนเนื่องในโอกาสครบรอบห้าปีของการแต่งงานระหว่างเขาและเธอ ปันนาจึงตัดสินใจโดยไม่ลังเลว่าเธออยากมาทะเลที่นี่ ที่ซึ่งเธอไม่ได้มีโอกาสมาเยือนนานนักแล้ว นับตั้งแต่ปันนาจะแต่งงานกับเขา…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ออกมายืนอยู่นี่เองปัน นึกว่าหนีผมไปไหนแล้ว" ชายหนุ่มสวมกอดหลวมๆ จากทางด้านหลังของภรรยา แนบจมูกลงตรงปลายผมที่เคลียอยู่กับต้นคอนวลเนียน หอมกลิ่นผิวเนื้อของหล่อนที่ทำให้เขาหลงใหลนักหนา หล่อนช่างมีกลิ่นที่ดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปันนาไม่ใช่ผู้หญิงสวยแบบผู้หญิงทั่วไป ทั้งไม่เหมือนบรรดาภรรยาของเพื่อนๆ เขา ทรงผมสั้นๆ แนบศีรษะนั่นกระมังที่ทำให้หล่อนดูแตกต่าง อีกทั้งวิธีการแต่งเนื้อแต่งตัวของหล่อนนั้นด้วย ปันนาไม่ได้แต่งตัวตามแฟชั่นเฉกเช่นที่ผู้หญิงทั่วไปกำลังแต่งกันอยู่ แต่หล่อนใช้เสื้อผ้าแบบเรียบๆ โทนสีกลางๆ ที่พอหล่อนสวมใส่แล้ว ทำให้เขารู้สึกว่าหล่อนช่างเป็นผู้หญิงที่ดูดีเหลือเกิน และเขาก็ชอบผู้หญิงแบบนี้นัก มันทำให้รู้สึกว่าภรรยาของเขาแตกต่างจากผู้หญิงอื่น เขารักความรู้สึกที่ว่าหล่อนพิเศษกว่าใคร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วยังการงานของหล่อนนั้นด้วยกระมัง ปันนามีกิจการเล็กๆ ที่เกี่ยวกับผ้า เข็ม เส้นด้าย หล่อนเย็บปักถักร้อยข้าวของเครื่องใช้สารพัดอย่างที่หล่อนนึกอยากจะทำ บัดเดี๋ยวเขาก็เห็นหล่อนปักลวดลายนั่นนี่ลงบนปลอกหมอน เย็บม่าน เย็บชุดผ้าปูที่นอน ทำตุ๊กตาผ้า แล้วนำไปฝากขายตามร้านขายของตกแต่งบ้านเก๋ๆ ที่มีให้เห็นตามแม็กกาซีนเพื่อรสนิยมทั้งหลาย ของแต่ละชิ้นที่หล่อนทำค่อนข้างราคาแพง เมื่อเทียบกับสินค้าชนิดเดียวกัน แต่คนซื้อก็ยอมจ่ายด้วยความเต็มใจ ด้วยเป็นข้าวของที่ทำขึ้นจากมือ และมีเพียงอย่างละชิ้นเท่านั้น ที่สำคัญคือแต่ละชิ้นนั้นดูสวยงามประณีต จนคนไม่ค่อยสนใจอะไรพวกนี้เช่นเขายังอดทึ่งไม่ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นึกแล้ว เขาก็รู้สึกภาคภูมิใจในตัวของหล่อนนัก นี่เขาได้อะไรมาครอบครองหรือ…ชายหนุ่มหอมหนักๆ ลง ที่ท้ายทอยผู้หญิงของเขาอีกหน แล้วรั้งร่างบางมากอดเอาไว้แนบแน่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ปันจะหนีไปไหนเล่า ดนย์นี่" ปันนาอารมณ์ดี สีฟ้าที่มองเห็นให้ความปลอดโปร่งใจนัก จึงป่ายแขนเอื้อมมาลูบผมสามี ที่ซุกศีรษะอยู่ตรงไหล่บาง ก่อนจะหันร่างเข้าหา จูบเบาๆ ข้างแก้มสากๆ ของเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ก็ตื่นมาไม่เห็นปันนี่" ดนย์จูบตอบที่แก้มนวล หอมอีกครั้งที่ขมับ เขาหลงใหลหล่อนมากเหลือเกิน ไม่เข้าใจสักนิดเวลาที่เพื่อนๆ ของเขาชอบมาบ่นให้ฟังเรื่องเบื่อเมียที่บ้าน ด้วยดนย์ไม่เคยรู้สึกเช่นนั้นกับปันนาเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เป็นไงคะหลับสบายมั้ย" ปันนาปล่อยตัวสู่อ้อมแขนแข็งแรงของสามี อยู่ในอ้อมกอดอันมั่นคงของเขาที่เธอไว้วางใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"สบายสิ ได้กอดปันทั้งคืน" ดนย์ยิ้มล้อภรรยาด้วยแววตาที่มีความหมาย ก็คืนที่ผ่านมาเขาได้ใช้เวลากับปันนาอย่างเต็มที่ ไม่ต้องเร่งรีบไปไหน ไม่มีธุระติดต่อกับใคร โลกนี้มีแต่เขาและหล่อนเท่านั้น นึกถึงเมื่อคืนดนย์ก็รู้สึกอิ่มเอมใจนัก จนอดไม่ได้ที่จะจูบเบาๆ ที่ริมฝีปากนุ่มนั้นซ้ำอีกที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ดนย์น่ะ…" ปันนาขวยเขิน แล้วเมื่อเขินเธอก็ซุกหน้าลงกับไหล่กว้างของเขา ได้ยินดนย์หัวเราะเสียงดังที่ล้อเธอได้แต่เช้า แล้วอ้อมกอดเขาก็รัดรึงแน่นกว่าเดิม ที่ปันนารู้สึกได้ว่ามีความรักมากมายอยู่ในนั้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;ความรักของดนย์&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดนย์ทำให้เธอรู้สึกถึงความมั่นคงปลอดภัย ตลอดเวลาหลายปีที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมา ไม่เคยมีสักครั้งที่เขาจะทำให้ปันนารู้สึกยุ่งยากลำบากใจ ขณะเพื่อนๆ ของเธอ ล้วนแล้วแต่มีปัญหาต่างๆ นานามาบ่นให้ฟังไม่เรื่องนั้นก็เรื่องนี้ เมื่อเปรียบเทียบชีวิตคู่ของตัวเองกับบรรดาเพื่อนๆ ที่แต่งงานเหมือนกัน ปันนาจึงรู้สึกว่าเธอโชคดีนัก และมันก็มีส่วนช่วยทำให้เธอรู้สึกดีมากขึ้นว่าบางทีสิ่งที่คุณมณีผู้เป็นแม่เลือกให้เธอนั้นเหมาะสมดีแล้ว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หญิงสาวระบายลมหายใจแผ่วเบา เมื่อนึกมาถึงตรงนี้…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ถอนใจทำไมจ๊ะ" ดนย์เชยคางของผู้เป็นภรรยาขึ้น มองเข้าไปในดวงตาของหล่อน แต่เขาก็ไม่พบอะไรนอกจากรอยยิ้มและแววนิ่งๆ ข้างในนั้น ซึ่งดนย์ไม่เคยอ่านออกว่ามันหมายความว่าอย่างไร แต่มันก็ช่วยให้เขาวางใจได้ว่าอะไรอย่างนี้นี่ล่ะ ที่ทำให้ชีวิตคู่ของเขาจะสงบ อบอุ่น เหมือนที่ดนย์ได้รับมาจากครอบครัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บ้านของดนย์ไม่ได้ร่ำรวยอะไรนัก พ่อเขารับราชการที่ต้องไปๆ มาๆ ระหว่างบ้านกับหน่วยงานยังอีกจังหวัด ขณะคุณนภาแม่ของเขาเป็นแม่บ้านคอยดูแลลูกหญิงชายสามคน ดาลัดพี่สาวคนโตของเขา เป็นผู้หญิงอารมณ์ดีที่เข้มแข็ง มีบุคลิกไม่ต่างจากแม่เขาสักเท่าไร เพียงแต่แม่เขาไม่ช่างพูดช่างคุยนัก นอกจากเอาแต่ยิ้มเย็นๆ แม่จึงเป็นความสงบร่มรื่น ที่ทำให้สมาชิกทุกคนภายในบ้านพลอยรู้สึกเย็นสบายไปด้วย นิสัยใจคอของคนในครอบครัวเขา จึงออกไปในทางเย็นๆ กันทุกคน จะร้อนอยู่บ้างก็เป็นไปตามวัย คือนายเดียว น้องชายคนเล็ก ส่วนพ่อเขานั้นเป็นคนช่างพูดช่างเล่น เวลาแม่เฉย พ่อก็ล้อจนแม่ขำ บ้านเขาจึงมีเสียงหัวเราะอยู่เนืองๆ พ่อจึงเป็นแบบฉบับของผู้ชายที่ดนย์ศรัทธาและอยากเป็นให้ได้เช่นนั้นบ้าง แต่พ่อก็จากไปตอนที่เขาเรียนอยู่มหาวิทยาลัย ให้ดนย์กับคนอื่นๆ ในบ้านใจหาย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ก็เป็นช่วงนั้นเอง ที่ทำให้เขาได้มีโอกาสได้พบกับกับปันนาอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ห่างกันไปพักใหญ่ และก็ครั้งนั้นเองที่ดนย์พบว่าเขาหลงรักหล่อน และก็ได้แต่งงานกับหล่อนในเวลาต่อมา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การได้หล่อนมาไว้ในครอบครองเป็นเรื่องดีเหลือเกินในชีวิตเขา แม้ปันนาจะไม่ใช่ผู้หญิงช่างเอาอกเอาใจ แต่ดนย์ก็ไม่รู้สึกอะไรนัก เพราะแม่ของเขาก็ดูจะคล้ายๆ กันอย่างนี้ หากอยากฟังคำรักจากหล่อนให้ชื่นใจบ้าง ดนย์จึงต้องเอ่ยถาม ถึงจะได้ยินเสียงเขินๆ บอกให้รู้ว่าหล่อนรักเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งเท่านี้ก็เพียงพอ เพราะเขาเองก็ไม่ใช่คนหวือหวาแพรวพราวอะไรนัก เขารักชีวิตครอบครัวที่เรียบง่าย มั่นคง อบอุ่นพื้นๆ เช่นครอบครัวที่เขาเติบโตมา  และปันนาก็เป็นภรรยาที่พิเศษเช่นเดียวกับที่หล่อนเป็นแม่ที่วิเศษของลูกสาวเขา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ดนย์ยิ่งรักยิ่งหลงหล่อนได้อย่างไร…ชายหนุ่มก้มหอมลงบนผมสั้นๆ ที่ซุกอยู่ในอ้อมกอดเขาอย่างอ่อนโยน ชอบเหลือเกินที่มีหล่อนอยู่ใกล้ๆ อย่างนี้ เพราะมันทำให้เขาไม่รู้สึกกลัว หรือหวาดหวั่นอะไรในชีวิต หล่อนและลูกคือหมุดหมายสำคัญในชีวิตเขา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"คิดถึงลูกละสิ"  น้ำเสียงที่เอ่ยถามบอกถึงอารมณ์อันเบิกบานนัก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ค่ะ หนูนวลไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง" หญิงสาวยังคงซุกหน้าลงกับแผงอกกว้างของสามี สูดดมกลิ่นกายของเขาเอาไว้เต็มลมหายใจ เพื่อย้ำบอกกับตัวเองว่าโลกของเธออยู่ตรงนี้ หาใช่ที่อื่นใดอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"โถ…ปันก้อ หนูนวลแกเข้าใจว่าพ่อกับแม่มาฮันนีมูนกัน ไม่ต้องกังวลอะไรหรอกน่า ที่บ้านโน้นมีคนออกเยอะแยะ แกจะเล่นเพลินจนลืมเราสิไม่ว่า" ดนย์เขี่ยปลายจมูกของภรรยาอย่างเอ็นดู นึกถึงภาพ 'บ้านโน้น' แล้วก็ทำให้เขายิ้มกว้างยิ่งขึ้น ป่านนี้หนูนวล ลูกสาวเขาคงเล่นอยู่กับ นายโอม นายเอก หลานชาย สองหนุ่มน้อยนั่นเห่อน้องสาวตัวเล็กอย่างกับอะไรดี ไหนจะคุณแม่ของเขาอีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ก็ปันคิดถึงลูกนี่นา…" หญิงสาวเอ่ยน้ำเสียงอู้อี้ ขณะผู้เป็นสามีช้อนร่างบางนั้นขึ้นมาอุ้มไว้ ก่อนพากลับเข้าไปภายในห้องพักแสนสวยสำหรับคู่รัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"แต่ผมก็คิดถึงเมียผมเหมือนกันนี่" ดนย์ก้มกระซิบเบาๆ ข้างหูหล่อน ด้วยประโยคที่ทำให้ปันนาหน้าแดงซ่านด้วยความขวยเขิน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เธอตามใจดนย์ทุกอย่างเท่าที่เขาปรารถนา และเพราะเหตุนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ที่ทำให้ดนย์ดูเหมือนจะหลงใหลในตัวเธออย่างเหลือเกิน เขาทำราวกับว่าเพิ่งแต่งงานกับเธอมาเมื่อวานก่อนนี้เอง จนปันนายังนึกขำ ที่เห็นเขาเฝ้าจ้องมองเรือนร่างเปล่าเปลือยของเธอราวกับเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดนย์แตะต้องเธอด้วยความอ่อนโยน เขาถนอมเธอราวกับว่าเธอคือดอกไม้กลีบบางที่ต้องสัมผัสอย่างแผ่วเบา แต่บางหนเขาก็ดุดันกับเธอ ให้ปันนาตื่นเต้นแทบขาดใจ เขาพาเธอไปที่นั่นที่นี่ และปันนาก็ติดตามเขาไปอย่างว่าง่าย ไม่มีอะไรต้องฝืนใจสักนิดอย่างที่คิดว่าน่าจะเป็นสำหรับผู้หญิงอย่างเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพียงแต่…ปันนารู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างขาดไป ที่มันกลายมาเป็นรูกว้างเร้นลับในตัวตนของเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อะไรบางอย่างที่เธอรู้อยู่แก่ใจ… &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;+++&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;"ดีใจจังแม่จ๋ากลับมาหาหนูนวลแล้ว" เด็กหญิงตัวน้อยในชุดรุ่มร่าม ในมือกำผ้าอ้อมผืนโปรด วิ่งตื๋อโถมตัวเข้ามาหา เมื่อได้ยินเสียงเรียกของผู้เป็นแม่&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"แม่จ๋าก็คิดถึงหนูนวล พ่อดนย์ด้วยคิดถึงมากๆ" ปันนาอุ้มลูกไว้แนบอก พลางก้มหอมแก้มป่องๆ ซ้ายทีขวาทีที่ลูกสาวเอียงให้อย่างแสนรักแสนคิดถึง ปกติเธอไม่เคยห่างลูกไปไหนนานเท่านี้ นับตั้งแต่เธอคลอดเด็กหญิงน้อยๆ คนนี้ลืมตาออกมามองดูโลก นี่เป็นครั้งแรกที่ปันนาห่างจากลูกสาว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะว่าไปเธอก็มีลูกนี่ล่ะเป็นเพื่อน เพราะดนย์ต้องไปทำงานอยู่ต่างจังหวัด แม้ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ นัก แต่เขาก็กลับมาบ้านได้เพียงช่วงวันหยุดปลายสัปดาห์ อาชีพวิศวกรประจำโรงงานทำให้เขาทำได้เท่านั้น และปันนาก็คิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดีสำหรับตัวเธอ และโลกเล็กๆ ของเธอ บางคราวปันนานึกภาพไม่ออกเอาเสียเลย หากเธอต้องอยู่กับดย์ทุกวัน เจอกันทุกเช้าทุกเย็น เธอจะยังสงบนิ่งเช่นนี้ได้หรือไม่ ปันนาไม่แน่ใจตัวเองเลยสักนิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อารมณ์ของเธอ บางทีก็เกินจะคาดเดา มันปวนแปรเหมือนคลื่นลมนับตั้งแต่เกตุการณ์คราวนั้น มันเปลี่ยนเธอไปโดยสิ้นเชิง ปันนารู้ตัวดี &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;เธอจะพยายาม เธอกำลังพยายามอยู่&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"หอมพ่อด้วยสิลูก พ่อดนย์ก็คิดถึงหนูนวลนะคะ" ปันนาบอกลูกสาว ที่เอาแต่ซุกหน้าอยู่กับไหล่ของเธอ ปันนาไม่อยากให้ลูกห่างเหินกับพ่อ ดนย์ยิ่งไม่ค่อยได้อยู่บ้านด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"อ่ะ งั้นให้พ่อดนย์หอมด้วยค่ะ" แก้มป่องๆ ถูกเอียงให้ผู้เป็นพ่อหอมอีกครั้ง ก่อนเด็กหญิงจะทำตาหยีเมื่อโดนหนวดแข็งๆ สัมผัสที่แก้มนิ่ม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"อึ๋ยย หนูนวลจักกะจี๋" หนูน้อยตัวสั่นท่าทางตลก ขณะผู้เป็นพ่อหัวเราะขบขันในความไร้เดียงสาของลูกสาวที่ตอนนี้กำลังจ้องเขม็งที่ใบหน้าพ่ออย่างสนใจใคร่รู้ตามประสาเด็ก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นี่ไง หนูลองจับดูสิลูก" ดนย์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ จับมือน้อยๆ ของลูกสาวลูบไปตามคาง ตามแก้ม และเหนือริมฝีปากของตัวเอง จนเด็กหญิงหัวเราะลั่น โน้มตัวเข้าสู่อ้อมแขนของผู้เป็นพ่อ ดนย์จึงดึงลูกสาวมาอุ้มไว้แทนภรรยา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เด็กหญิงผมม้าตัวเล็กๆ ตากลมแป๋วแหววคนนี้เองที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาส่วนหนึ่งอยู่ในตัวแก ชีวิตช่างมหัศจรรย์อะไรอย่างนี้ ดนย์กอดลูกเอาไว้อย่างสุดรักสุดถนอม ความรู้สึกของคนเป็นพ่อเป็นแม่คงอย่างนี้นี่เอง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายหนุ่มพาภรรยาและลูกเดินเข้าไปในบ้าน ที่คุณนภาแม่เขากำลังนั่งพักผ่อนดูที.วี.ด้วยท่าทางผ่อนคลาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ขอบคุณครับแม่ ที่ดูหนูนวลให้ แล้วนี่เจ้าโอม เจ้าเอกหายไปไหนกัน ซื้อขนมมาฝาก" ดนย์ถามหาหลานชายวัยซนทั้งคู่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ยายดามาตามไปอาบน้ำอาบท่าแล้วน่ะสิ พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนกันแล้ว" คุณนภาบอกลูกชาย ขณะรับของฝากที่ปันนายื่นให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ฝากขนมให้โอมกับเอกด้วยค่ะคุณแม่ แวะซื้อที่ตลาดริมทางน่ะค่ะ สองหนุ่มนั่นคงจะชอบ" หลานชายของสามีเธอเป็นเด็กอารมณ์ดีทั้งคู่ แถมดูท่าจะเป็นหนุ่มน้อยที่อร่อยกับขนมทุกชนิดอีกต่างหาก เพราะดาลัดพี่สาวของผม เป็นแม่บ้านที่ทำอาหารอร่อยสมกับเป็นอาจารย์สอนทำอาหารมาก่อน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ครอบครัวของสามีเธอ เป็นครอบครัวเล็กๆ ที่มีความสุข พ่อของผมกับพ่อของเธอเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยยังหนุ่ม จนพลอยทำให้คุณนภาแม่ของดนย์กลายเป็นเพื่อนกับคุณมณีแม่ของเธอไปด้วย ปันนาจึงสนิทกับครอบครัวของดนย์มาตั้งแต่เล็กๆ มาห่างไปบ้างก็ช่วงเป็นวัยรุ่นที่พ่อของเธอเสียชีวิต และคุณมณีแม่ของปันนาก็ต้องทำงานหนักจนไม่ค่อยมีเวลาไปมาหาสู่กับบ้านของดนย์เหมือนเมื่อก่อน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาสนิทใกล้ชิดกันอีกที ก็ตอนที่ได้ข่าวว่าพ่อของดนย์มาเสียไปอีกคน และช่วงนั้นเองที่ปันนากับดนย์มีโอกาสใกล้ชิดกัน จนแต่งงานกันในที่สุด หลังจากนั้นไม่กี่เดือนแม่ของเธอก็เสียชีวิต ทุกวันนี้ปันนาไม่มีญาติผู้ใหญ่ที่ไหนอีก นอกจากคุณแม่ของดนย์ ที่เธอเคารพรักเสมอเหมือนแม่ของตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ซื้ออะไรกันมานักหนา ยายดาก็ทำขนมอะไรไม่รู้ปรนเปรอลูกหลานทั้งวัน" คุณนภาพึมพำกับลูกสะใภ้ แต่น้ำเสียงนั้นก็ไม่ได้จริงจังอะไรนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ป้าดาสอนหนูนวลทำขนมด้วยนะแม่จ๋าอร้อยอร่อย" เด็กหญิงจีบปากจีบคออวดให้แม่ฟัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ทำขนมอะไรกันลูกเหลือให้พ่อกับแม่ชิมบ้างมั้ย" ปันนาสนอกสนใจ อยากรู้ว่าลูกสาวทำกิจกรรมอะไรมาบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ขนมปูนเปียก สีเขียวซ้วยสวย" เสียงเล็กๆ เล่าด้วยความภูมิอกภูมิใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"อ๋อ…ขนมเปียกปูนน่ะลูก" ปันนาขยี้ผมลูกด้วยความขำแกมเอ็นดู&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นั่นแหละ แม่อย่าเพิ่งขัดซี้ หนูนวลขยำน้ำใบไม้ใส่ด้วยนะ อิ่มพุงกางเล้ย" เสียงเล็กๆ ยังเจื้อยแจ้วไม่หยุด ท่าทางยังอยากเล่าไม่เลิกลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"แต่ไม่เหลือให้แม่ชิมเลย โธ่" เธอแกล้งทำเสียงเศร้า มองดูคนตัวเล็กปีนออกจากแขนพ่อ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เหลือซี้ หนูนวลเก็บไว้ให้พ่อกับแม่ชิมด้วย เดี๋ยวไปเอามาให้" ว่าแล้วร่างเล็กๆ ก็วิ่งหายเข้าไปในครัวหลังบ้าน ก่อนจะเดินตัวเอียงถือจานใส่ขนมชิ้นสี่เหลี่ยมสีเขียวออกมาด้วยท่าทางภาคภูมิใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"นี่ไง อร่อยที่สุดเลย วันหลังเราทำกันบ้างนะแม่จ๋า" คนตัวเล็กยืนมองแม่กับพ่อที่รับจานขนมไปชิม พลางรอคอยคำชม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"อร่อยจริงๆ ด้วย ไว้หนูนวลสอนแม่ทำบ้างนะลูก" ปันนาเอ่ยเอาใจลูกสาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ได้เล้ย" คนตัวจ้อยกอดอกทำท่าทรงภูมิดูน่าขัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ไป งั้นเตรียมตัวกลับบ้านกันได้แล้ว คุณย่าจะได้พักผ่อน เดียวไม่อยู่หรือครับแม่" ดนย์ถามถึงน้องชายที่กำลังเรียนมหาวิทยาลัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"เห็นบอกว่าออกไปเจอเพื่อนแน่ะ" คุณนภาลุกขึ้นยืนเตรียมตัวเดินไปส่งลูกชายลูกสะใภ้ที่พักอยู่อีกบ้าน ซึ่งเป็นบ้านของปันนา และไกลจากนี้พอสมควร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"หนุ่มๆ ก็อย่างนี้แหละค่ะคุณแม่ งั้นปันลานะคะ หนูนวลมาสวัสดีคุณย่าเร้ว" ปันนาไหว้ลาแม่สามีก่อนจะหันเรียกลูกสาวที่ยืนอยู่ใกล้ๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"หวัดดีค่ะคุณย่าขา" มือป้อมๆ ยกขึ้นไหว้อย่างชดช้อยตามที่ผู้เป็นแม่สอนไว้ ก่อนจะเอียงแก้มป่องๆ ให้หญิงสูงวัยหอมอีกฟอดใหญ่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ไปนะครับคุณแม่" ดนย์ปิดประตูรั้วให้มารดา ก่อนเดินไปเปิดประตูรถให้ภรรยาอุ้มลูกขึ้นไปนั่ง ดูจนเรียบร้อยดีแล้ว เขาจึงเดินอ้อมไปอีกเปิดประตูรถอีกด้าน ก่อนจะค่อยๆ ขับออกไปอย่างระมัดระวังตามวิสัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เสียงแจ้วๆ ของลูกสาวยังเล่านั่นเล่านี้ไม่เลิก สลับกับเสียงตอบรับของปันนา จนในที่สุดก็เงียบไป ซึ่งเป็นอันรู้กันว่าเจ้าของเสียงแจ๋วๆ นั้นคงจะผล็อยหลับไปเรียบร้อยแล้ว ดนย์เอื้อมมืออีกข้างขยี้ผมสั้นๆ ของลูกสาวอย่างเอ็นดู แล้วจึงจะหันมายิ้มให้ปันนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ขอบคุณนะจ๊ะปัน" ดนย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกับภรรยา มือที่จับพวงมาลัยยังกระชับแน่น สายตาเพ่งมองไปเบื้องหน้าอย่างไม่ประมาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ขอบคุณเรื่องอะไรคะ" ปันนามองหน้าสามี นึกไม่ออกว่าเขาขอบคุณเธอด้วยเรื่องอันใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ก็ขอบคุณสำหรับหนูนวล และสำหรับครอบครัวเล็กๆ อบอุ่นอย่างที่ผมอยากมีไง" ดวงตาคนพูดพราวแสงไปด้วยความสมหวัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"อ๋อ…สำหรับตำแหน่งเมียและแม่ดีเด่นนี่เอง" ปันนาทำเสียงล้อเพราะนึกไม่ออกว่าจะต้องพูดอะไรดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"ก็นั่นไม่ใช่หรือจ๊ะ เรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตของผู้หญิง" ดนย์หันมายิ้มให้ภรรยาอย่างแสนรัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;"อือ…นั่นสินะคะ ไม่มีดนย์ ไม่มีลูกปันคงแย่แน่ๆ เลย" เธอยอมรับ โดยเฉพาะเรื่องลูกที่กลายมาเป็นความชื่นชูใจอย่างที่สุดของเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กับดนย์นั่นหรือ ใช่ล่ะ ที่ยามนี้เขาคือความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตของเธอ เป็นคนที่เธอไว้วางใจอย่างที่สุด เพียงแต่…ทำไมใจเธอจึงยังว่างโหวงล้ำลึกอยู่จนบัดนี้ ในเมื่อเขาดีแสนดีกับเธอ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;&lt;strong&gt;หรือว่าความดีกับความรักเป็นคนละเรื่องกัน อีกครั้งที่เกิดคำถามทำนองนี้ขึ้นในใจของปันนาแม้เธอจะพยายามลืมเลือนมันมาตลอดก็ตาม…&lt;/strong&gt;&lt;/em&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/35345578-116240898024324875?l=moonmeena.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://moonmeena.blogspot.com/feeds/116240898024324875/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=35345578&amp;postID=116240898024324875&amp;isPopup=true' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35345578/posts/default/116240898024324875'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/35345578/posts/default/116240898024324875'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://moonmeena.blogspot.com/2006/11/1.html' title='ลมพัดใบไม้ปลิว 1'/><author><name>MooN</name><uri>http://www.blogger.com/profile/09713235976929861575</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='21' height='32' src='http://cache.corbis.com/CorbisImage/170/12/49/63/12496347/CB040392.jpg'/></author><thr:total>2</thr:total></entry></feed>
